วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วันที่๒ ที่พ่อจากไป



วันที่สอง 15 ตค.2559
2วันแล้ว แต่ความเศร้าโศกเสียใจยังไม่ลดน้อยลงเลย น้ำตาก็พร้อมจะไหลได้ทุกเมื่อ เชื่อว่าคงไม่ต่างจากคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความทุกข์ที่เกิดจากความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่เคารพรักยิ่งเป็นแบบนี้เอง ถ้ามองให้เห็นเป็นธรรมมะดังที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้
เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ใกล้เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระสาวกจำนวนไม่น้อยพากันโศกเศร้า... พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “เธออย่าเศร้าโศกเลย อย่าคร่ำครวญเลย เราบอกไว้ก่อนแล้วมิใช่หรือว่า ความพลัดพราก ความสูญเสีย ความผันแปรแห่งของรักของชอบใจทุกอย่าง จะต้องบังเกิดขึ้น ฉะนั้นจะหาอะไรจากที่ไหนในสังขารนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมีขึ้น ถูกปัจจัยปรุงแต่งล้วนเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา เป็นไปไม่ได้ที่จะปรารถนาว่าขอสิ่งนั้น อย่าเสื่อมสลายไปเลย”

สิ่งนี้เป็นความจริงที่บางครั้งสร้างความเจ็บปวดให้กับเราอย่างยิ่ง แต่ก็เป็นความจริงที่สามารถพาเราออกจากทุกข์ได้ ถึงแม้จะต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม

ดูซิ แค่เขียนถึงความจริงตรงนี้น้ำตาก็พาลไหลอีกแล้ว... รู้แล้วหนอ ความเศร้าโศกเสียใจที่พลัดพรากจากของรักของชอบใจ เป็นเช่นนี้หนอ...

วันนี้ขับรถไป มองฟ้าไปเห็นเมฆเป็นปุยขาวก้อนใหญ่ ลอยอยู่เหนือดอยสุเทพ ได้แต่คิดว่า พ่อที่รักยิ่งคงอยู่บนสวงสวรรค์ ประทับอยู่บนทิพย์วิมานที่สวยงาม แวดล้อมด้วยทิพย์สมบัติและเหล่านางฟ้าเทวดาที่กำลังรื่นเริงยินดี ที่พ่อได้เสด็จกลับไปประทับในที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพ่อ ทุกสิ่งล้วนปราณีตสวยงาม พ่อไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องลำบากทำงานหนักอีกต่อไป น่าจะเรื่องที่พวกเราทุกคนต้องยินดีไม่ใช่หรือ...

เวลาที่พ่อมองลงมาพ่อคงไม่สบายพระทัย ที่เห็นลูกๆของพระองค์ร้องไห้เสียใจกันอยู่ พ่อคงอยากเห็นพวกเราเข้มแข็ง อยากเห็นพวกลูกๆของพระองค์รักกัน ช่วยเหลือกัน ร่วมมือกันทำให้ประเทศไทย แผ่นดินของพระองค์และพวกเราทุกคน เจริญรุ่งเรืองร่มเย็นและผาสุก
#ลูกสัญญา #จะทำดีเพื่อพ่อ #จะเดินตามรอยเท้าพ่อ
#รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป